บทที่ 5 พบเจอ
“อาทิตย์หน้า ผมต้องเดินทางกลับประเทศไทย คุณจะไปกับผมไหม” เตชินเอ่ยถามหญิงสาวสุดเซ็กซี่ ดีกรีดาวมหาวิทยาลัยที่เขาได้เธอมาครอบครอง
“ก็ดีนะคะ ฉันก็ไม่ได้กลับไทยนานแล้ว”แขนเรียวกวาดโอบรอบคอของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา มองวิวกลางคืนรอบเมือง
“คงไม่ได้คิดถึงใครที่นั่นเป็นพิเศษหรอกนะ ! ”
“เรื่องมันก็นานมาแล้ว สุดท้ายแล้วคนที่ได้ครอบครองฉันก็คือคุณไม่ใช่หรือไง จะมาพูดให้เสียบรรยากาศทำไมเนี่ย” เธอกดเสียงต่ำไม่พอใจ พร้อมผละหนีออกจากร่างสูงโปร่งแต่กระนั้นมือแกร่งกลับคว้าเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดดังเดิม สองสายตาสบประสานกันราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน
“ก็แค่หยอกเล่นไม่เห็นต้องโกรธเลย” เขากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู มือแกร่งลูบไล้ไปตามเรือนกายที่มีส่วนเว้าโค้ง กระตุ้นอารมณ์เพศของชายชาตรี
“ก็ถ้าไม่อยากให้โกรธ ก็อย่าพูดสิ” เธอกระซิบตอบเบา ๆ นั่นยิ่งสร้างความปรารถนาในตัวชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น
“ถ้างั้นเรามาทำอะไรสนุก ๆ กันดีกว่า” ว่าจบมือแกร่งก็คว้าท้ายทอยของหญิงสาวให้องศาพอดีที่จะรับกับจุมพิตอันเร่าร้อนของเขา บั้นท้ายงามงอนของเธอเต็มไม้เต็มมือจนเขาอดที่จะบีบคลึงไม่ได้ เสียงข้อความในแอพลิเคชั่นบางอย่างดังขึ้น แต่กิจกรรมตรงหน้ามันถลำลึกเกินกว่าที่เขาจะให้ความสนใจกับสิ่งอื่นใด เปลวไฟราคะ กำลังลุกโหมบนโซฟาราคาแพง อาภรณ์ปกปิดเรือนกายค่อย ๆ ถูกถอดทีละชิ้น มีเพียงเสียงครวญครางของสองหนุ่มสาวที่ดังแข่งกับเครื่องปรับอากาศ และเสียงหอบหายใจที่ดังเป็นระยะความสุขสมของคนทั้งคู่กำลังได้รับการเติมเต็ม
ร่างบางกำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างหลังจากที่เธอได้เข้าพบคุณหญิงช่อผกา คุณหญิงดูเหมือนจะคลับคล้ายคลับคล้าคุ้นกับใบหน้าของเธอ แต่สุดท้ายก็จำเธอไม่ได้ ข้อมูลบางอย่างที่เธอได้รับ ทำให้เธอเองตกใจไม่น้อย สิ่งที่คุณหญิงช่อผกา เสนอให้กับเธอ กับสิ่งที่เธอต้องทำ
‘ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องตอบฉันก็ได้ ค่อย ๆ คิด’ ห้วงความคิดของหญิงสาวหยุดลงเมื่อเพื่อนรักของเธอวางมือลงบนบ่า
“ลิตา กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ ? หรือกำลังคิดเรื่องคุณหญิงช่อผกา”
“ใช่ รุ้ง ลิตากำลังคิดเรื่องนั้นแหละ”
“แล้วลิตาคิดจะทำยังไง จะว่าไปโลกมันก็กลมเนอะ ห่างไปตั้งหลายปี โชคชะตายังส่งให้ลิตากับพี่กองทัพกลับมาเจอกันอีก”
“ฮึ ! คิดอย่างนั้นเหรอ ? ”
“ไม่อย่างนั้นแล้วจะยังไงล่ะ”
“แต่เขาไม่รู้หรอก อาจจะไม่เคยรู้จักลิตาเลยด้วยซ้ำ”
“โธ่ เพื่อนฉัน ไม่เอาน่า ตอนนี้ เธอก็อยู่ใกล้พี่เขาแล้วนี่”
“ใกล้แล้วยังไง ในเมื่อเขาเอง….”
“ลิตา นี่อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน”
“มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ ? ”
ความจริงบางอย่างที่เพื่อนสนิทพอจะรู้มาบ้าง ค่อย ๆ บรรยายให้หญิงสาวได้รับรู้ หลังจากนั้น เธอก็ถึงได้รู้ว่าเพราะอะไร ชายหนุ่มถึงได้เปลี่ยนไปยิ่งฟังในใจหญิงสาวกลับรู้สึกเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กับเขา มิน่าล่ะ เธอถึงไม่เคยพบผู้หญิงคนนั้นข้างกายของชายหนุ่มเลยตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงาน
“ท่านประธานคะ เรายกเลิกงานแบบกลางคันแบบนี้ แล้วอย่างนี้เราจะหานางแบบจากที่ไหนดีล่ะคะ”
“ภู แกมีใครที่น่าสนใจพอจะนำเสนอไหม ? ”
“ฉันคิดว่า ฉันอยากเปลี่ยนใหม่หมดเลยวะ ลุคนางแบบคนแรกออกแนว เซ็กซี่ เร่าร้อน แต่ฉันอยากได้แบบใหม่ ที่ดูเรียบ ๆ แต่มีคลาส ดูสบายตาเหมาะกับแบบพักผ่อนกว่าแบบเดิม แกคิดว่าไง”
“ฉันเห็นด้วยนะ ถ้าอย่างนั้น ก็ลองหานางแบบที่ตรงกับคอนเซ็ปต์ตามที่คุณภูผาบอกแล้วกัน” ในขณะที่อคินภัทรกำลังสั่งงาน แต่เพื่อนสนิทของเขากลับกำลังมองเลขาสาวของเพื่อนสนิทอยู่อย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร แฟ้มรูปภาพบางส่วนถูกเสนอให้บอร์ดบริหาร เพื่อช่วยกันเลือกนางแบบให้ตรงตามที่วางไว้มากที่สุด
“แล้วถ้าเราต้องเริ่มใหม่หมดอย่างนี้ แล้วที่วางแผนและเตรียมการไปก่อนหน้าละครับ มันจะไม่สูญเปล่าเหรอ ? ”
“ไม่หรอกครับ ทุกอย่างที่เตรียมไว้ยังคงจะได้ใช้เช่นเดิม เพียงแต่แค่เปลี่ยนลุคของนางแบบก็เท่านั้น” อคินภัทรตอบกลับกรรมการฝ่ายบริหาร
“สิ่งที่ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคงจะหมายถึง บุคลิก ภายนอกอาจจะดูเรียบร้อย เรียบง่าย ดูสบายตา แต่กลับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คนอยากเข้าหา เหมือนกับโรงแรมของเรามากกว่า เป็นอย่างที่ฉันพูดไหม”
“นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมต้องการ” ภูผายิ้มจนเห็นฟันขาว แต่ก็แอบชำเลืองมองเลขาสาวของเพื่อนเป็นระยะ ๆ แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำของตนนั้นไม่รอดพ้นสายตาของอคินภัทรไปได้
“นางแบบแต่ละคน ผมยังรู้สึกว่ายังไม่มีคนไหนเด่นพอที่จะสะดุดตาได้เลย ท่านประธานคิดเห็นว่าอย่างไรครับ” กรรมการท่านหนึ่งกล่าวขึ้น ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย
“เอาเป็นว่า ผู้จัดการฝ่ายการตลาด คุณช่วยลองหาข้อมูลนางแบบมาเพิ่มเติมหน่อยแล้วกัน ผมต้องการข้อมูลพรุ่งนี้ พร้อมกับสรุป”
หลังจากประชุมเรียบร้อย ตลอดเวลาการประชุมลลิตาพยายามรวบรวมสมาธิให้อยู่กับการประชุมมากที่สุดไม่นึกถึงสิ่งที่เพื่อนรักเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของชายหนุ่มและแฟนสาว ตากลมโตมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาที่เดินนำหน้าเธอแค่เอื้อมมือ แต่กลับรู้สึกว่าเขานั้นช่างอยู่ไกลแสนไกลเสียเหลือเกิน
“ลิตา คุณจดสรุปงานที่ผมประชุมวันนี้ไว้ทั้งหมดแล้วใช่ไหม ? ” ความเหม่อลอยทำให้เธอไม่ได้ยินคำถามของเขาจนขาเรียวยาวต้องหยุดเดินพร้อมกับหมุนตัวมามองเธออย่างรวดเร็ว
“ตุ๊บ ! โอ๊ย ! ” เธอเอามือคลำที่จมูกของตัวเองที่ชนกระทบเข้ากับอกแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้า สายตาเรียวคมลอบชำเลืองมองใบหน้าหญิงสาวอย่างพินิจพิจารณา สำรวจชุดที่เธอสวมใส่ว่ามีอะไรผิดแปลกไปหรือเปล่าเมื่อนึกถึงสายตาของเพื่อนรักที่สำรวจเลขาสาวของตน ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาคิด
“ดิฉันขอโทษค่ะท่านประธาน” เธอกล่าวขอโทษพร้อมขยับแว่นตาที่คลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยจากแรงกระแทกเมื่อครู่ แต่โดยที่ไม่รู้ตัวมือแกร่งของเขากลับโอบรอบเอวของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือออกเมื่อเธอยืนทรงตัวได้แล้ว
“เมื่อครู่ท่านประธานพูดอะไรนะคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เมื่อวานนี้ แม่ผมให้คุณเข้าไปพบเหรอ ? ท่านให้คุณเข้าไปพบเรื่องอะไร ? ”
“อ่อ เรื่องที่ท่านประธานยกเลิกสัญญากับพรีเซนเตอร์นั่นแหละค่ะ”
“แค่นั้น ? ”
“ใช่ค่ะ แค่นั้น” เธอกลับเสียงหนักแน่น ทั้งที่จริงแล้วยังมีข้อเสนอบางอย่างที่เธอได้รับด้วยต่างหาก
ร่างสองร่างพากันลงไปที่ล็อบบี้ชั้นล่างของโรงแรมเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย อคินภัทรมองไปรอบนอกที่มีต้นไม่เขียวขจีจัดไว้สำหรับทางเดิน และส่วนห้องโถงที่ตกแต่งออกแบบไว้เป็นอย่างดี ลมหายใจอุ่นร้อนค่อย ๆ ผ่อนคลายออกมา ลลิตากำลังพูดคุยกับผู้จัดการโรงแรมอีกฝั่งหนึ่ง เขาไม่อยากเสียเวลาเปล่าจึงค่อย ๆ เดินสำรวจดูไปพลาง ๆ
เสียงหัวเราะต่อกระซิกของสองหนุ่มสาวที่เดินเข้ามายังห้องโถงทำให้เขาต้องหันไปมอง สายตาของคู่ที่กำลังเดินเข้ามาหยุดชะงัก ซึ่งไม่ต่างจากเขาเองก็เช่นกัน ร่างสูงเพรียวและร่างสมส่วนของคนที่เดินเข้ามาตะลึงงันไปชั่วขณะก่อนที่เตชินจะเป็นฝ่ายกล่าวทักทาย
“ไง กองทัพ ไม่เจอกันนานนะ” เขาพูดพร้อมกับสำรวจชุดที่ชายตรงหน้าสวมใส่
“ไม่คิดว่านายจะพักโรงแรมระดับนี้นะ หรือว่าที่นี่คือที่ทำงานของนายวะเพื่อน” เขายกยิ้มพร้อมกับพูดราวกับเยาะเย้ย ต่างจากหญิงสาวข้างกายอีกคนที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน
“ไม่เจอกันนานสบายดีนะเตชิน”
“ก็เรื่อย ๆ ธุรกิจกำลังไปได้ด้วยดีเลยว่ะ ความรักก็แฮปปี้ดี จริงไหมจ้ะดาว” ไม่พูดเปล่ามือแกร่งยังกระชับแนบให้หญิงสาวใกล้ชิดกับเขามากยิ่งขึ้น ผู้ชายสองคนแต่ต่างความรู้สึกกัน คนหนึ่งมองด้วยสายตาเย้ยหยัน แต่กับอีกคน แสดงสายตาอันว่างเปล่า ทั้งที่ภายในนั้นกำลังก่อเปลวไฟลุกโชน
“สบายดีไหม” คำถามที่ดูเหมือนห่วงใยของหญิงสาวทำให้อคินภัทรกระตุกยิ้มที่มุมปากเบา ๆ ราวกับสมเพชในคำถามนั้น
“อยากได้ยินยังไงล่ะ” แต่ก่อนที่ระเบิดเวลาจะหมดลง ก็มีพนักงานรีบเข้ามาต้อนรับลูกค้าทันที อคินภัทรหันหลังเพื่อจะสะกดกลั้นอารมณ์และไม่อยากให้ทั้งสองคนรู้ว่าที่จริงแล้วเขาคือประธานบริษัท
ดีเหมือนกัน ! ได้เจอกันสักที สามปีที่ผ่านมาเขาจะไม่ยอมให้มันเสียเปล่า !
